[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เมื่อคุณเป็นมะเร็งในใจ

เมื่อคุณเป็น...มะเร็งในใจ

 

หนึ่งในโรคที่คร่าชีวิตของคนเราโรคหนึ่งนั่นคือมะเร็ง ไม่มีใครไม่รู้จักโรคมะเร็ง เมื่อเอ่ยชื่อถึงโรคนี้ ทุกคนมักมองถึงความตายและการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นตามมาเสมอ ถึงแม้ในปัจจุบันวิทยาการทางแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก ทำให้การรักษา การติดตามผลและการค้นหาโรคในระยะเริ่มแรกง่ายขึ้น ทำให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ช่วยยืดระยะเวลาของการมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น ....แต่ถ้าพูดถึงคำว่ามะเร็งในใจล่ะ...คุณคิดถึงอะไร และถ้าหากมันเกิดขึ้นในใจคุณหรือคนรอบๆตัวคุณ คุณจะทำอย่างไร

จุดกำเนิดของมะเร็งในใจ

เรียกได้ว่าเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพจิต ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่เยาว์วัย ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเป็นหลัก คงไม่ต่างกับการที่เราได้รับรู้ว่าถ้าเรามีกรรมพันธุ์ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งฉันใด คนที่ป่วยเป็นมะเร็งในอารมณ์ก็คงมีกรรมพันธุ์ที่เป็นมะเร็งในอารมณ์ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อวันเวลาผ่านไป ปัญหาต่างๆที่สะสมมายาวนาน ไม่ได้รับการดูแลร่วมกับเมื่อมีปัจจัยมากระตุ้น โดยเฉพาะความเครียดนั้นก็จะเป็นตัวจุดประกายหรือจุดชนวนระเบิดของปัญหาสุขภาพจิตตามมา และอาจจะแพร่กระจายลุกลามมากขึ้นและยากเกินเยียวยา จนกลายเป็นมะเร็งในใจของเราได้

เมื่อมะเร็งเกาะกินใจของคุณ.....

 

ผู้ที่เคยศึกษาหรือมีความรู้เรื่องโรคมะเร็งโดยทั่วไปนั้นพอจะเข้าใจว่าการดำเนินโรคของโรคมะเร็งเป็นอย่างไร อาจจะไม่ค่อยมีความแตกต่างเท่าไรนักสำหรับการที่มะเร็งเกาะกินใจของคุณ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

เริ่มต้นจากลักษณะเฉพาะตัวของคนคนนั้นตั้งแต่แรกเกิด (temperament) รวมไปถึงครอบครัว การเลี้ยงดู การฝึกให้มีการรู้จัก การควบคุมอารมณ์ของตน ถ้าขาดการอบรมสั่งสอนหรือผู้สอนเป็นเสียเองดังที่กล่าวมา คนคนนั้นก็ยากที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่ปราศจากปัญหาทางด้านบุคลิกภาพ เช่น เป็นคนที่มักขาดแนวทางในการแก้ปัญหาที่เหมาะสม ใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาต่างๆอยู่เป็นประจำ และแสดงออกด้วยพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ขาดคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่นับวันเจอมากขึ้นในสังคมไทย และแก้ไขค่อนข้างยาก

การมีความเจ็บป่วยทางด้านจิตใจ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตคนเรา โดยเฉพาะเรื่องโรคทางจิตเวชทั้ง หลาย เช่น โรคจิต โรคอารมณ์แปรปรวน เป็นต้น ที่อาจจะทำให้เสียความสามารถในการควบคุมตนเองได้

ความยั่งยืนของการแก้ปัญหาทางอารมณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสิ่งแวด– ล้อมที่สำคัญคือ ครอบครัว สังคม ภาครัฐ ว่ามีบทบาทในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง มีตัวกระตุ้นใดๆที่ยังคงอยู่ตลอดระยะเวลาของการมีปัญหา ทางด้านพฤติกรรมนั้นบ้าง และที่สำคัญคือจะมีวิธีการกำจัดตัวกระตุ้นเหล่านั้นให้หมดไปได้อย่างไร

โรคใดบ้างที่ถือว่าเป็นมะเร็งในใจ

โรคทางจิตเวชมีมากมายเป็นร้อยโรค แต่มิได้หมายความว่าโรคนั้นจะมีความรุนแรงจนเข้าขั้นเหมือนเป็นมะเร็ง ผมมีตัวอย่างของผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตที่หยิบยกมาเปรียบ– เทียบให้เห็นความแตกต่างดังนี้

นางสาวเจน (นามสมมติ) เป็นลูกคนร่ำรวยได้รับการเลี้ยงดูแบบขาดความรัก แม้บิดาและมารดาจะอยู่บ้านเดียวกัน แต่ก็ทะเลาะกันให้เห็นเป็นประจำ มารดาเป็นคนที่มีปัญหาทางอารมณ์อย่างมาก เล่าแต่เรื่องความไม่ดีของบิดาให้นางสาวเจนฟังมาตั้งแต่เล็กๆ และมักจะมาระบายอารมณ์ใส่นางสาวเจนอยู่เป็นประจำ ชีวิตนางสาวเจนเปรียบเหมือนคนที่ขาดความรักและเป็นที่ระบายอารมณ์ของคนในครอบครัวตลอดมา จนกระทั่งอายุ 20 ปี นางสาวเจนเริ่มมีแฟนและติดแฟนมาก ตั้งแต่มีแฟนก็มีความหึงหวงกลัวแฟนจะนอกใจและมีการทะเลาะกันเป็นประจำ จนในที่สุดแฟนทนไม่ไหวก็ทิ้งนางสาวเจนไป นางสาวเจนรู้สึกเสียใจมาก พยายามทำทุกวิถีทางที่จะดึงแฟนให้กลับมาคืนดีกับตน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในที่สุดนางสาวเจนก็เอามีดมากรีดแขนประชดแฟนและประชดชีวิต แต่มีผู้หวังดีนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน หลังจากอาการทางกายดีขึ้นบ้าง แต่อาการทางใจยังไม่ดีขึ้น นางสาวเจนยังคงรู้สึกชีวิตว่างเปล่า ขาดคนรัก คนเข้าใจ ไม่คบใครเพราะคิดว่าทุกคนรอบตัวไม่มีใครที่สามารถจะช่วยเหลือตนเองได้ มองว่าโลกนี้โหดร้ายสำหรับตนเอง มีพฤติกรรมทำร้ายตนเองซ้ำๆอีก จนในที่สุดก็เสียชีวิต

กรณีของนางสาวเจน แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนและความยากลำบากในการบำบัดรักษา เพราะเป็นเรื่องของการเลี้ยงดูที่ผิดวิธี อันนำไปสู่พื้นฐานการพัฒนา จิตใจแบบผิดๆมาตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ก็กลายเป็นเหมือนคนที่ขาดความรัก มีชีวิตที่ว่างเปล่า ทำอะไรก็มองว่าตนล้มเหลวหรือไม่ประสบความสำเร็จเสียที จนกลายเป็นบุคลิกภาพที่มีปัญหาอย่างมากในสังคมปัจจุบัน และนับวันจะมีเยาวชนที่เติบโตขึ้นมามีปัญหาทางบุคลิกภาพแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ถือว่าเป็นมะเร็งที่เกาะกินหัวใจอย่างร้ายกาจ จนแทบจะไม่สามารถที่จะรักษาให้อาการทุเลาลง สังคม และคนรอบข้างก็มักจะเบื่อหน่าย รังเกียจคนประเภทนี้ เพราะมักจะมองว่าคนประเภทนี้เป็นคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น โดยไม่ได้มองว่าคนแบบนางสาวเจนมีปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงซ่อนอยู่

การจัดการกับมะเร็งที่เกาะกินอารมณ์

กรณีดังกล่าวมักเกิดจากปัญหาการเลี้ยงดูหรือการหล่อหลอมบุคลิกภาพนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในการแก้ไข หากปล่อยให้อายุมากขึ้น ปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น และจะอยู่กับคนคนนั้นไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงสิ้นอายุขัยหรืออาจจะจบชีวิตลงไปก่อนระยะเวลาอันสมควรหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่น่าสิ้นหวังสำหรับผู้มีปัญหาบุคลิกภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วการบำบัดรักษาในปัจจุบันก็มีการพัฒนามากขึ้น มีรูปแบบในการให้การบำบัดรักษาที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยาเพื่อลดการใช้ความก้าวร้าวรุนแรงต่อตนเองและผู้อื่น หรือลดอาการซึมเศร้าก็ตาม ร่วมกับการบำบัดทางจิต ซึ่งจะช่วยทุเลาความรุนแรงของปัญหาสุขภาพจิตนั้นๆลงได้บ้าง ก็ยังดีกว่าไม่ช่วยเหลืออะไรเลย แต่ผมว่าหนทางที่ดีที่สุดก็คือการป้องกัน การมาทบทวนเรื่องการเลี้ยงดูหรือการปฏิบัติต่อกันของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงบิดามารดาหรือผู้ปกครองของคนในครอบครัวเหล่านั้น บางทีบิดามารดาหรือผู้ปกครองอาจจะมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทางจิตควบคู่ด้วยเช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะยอมรับการบำบัดรักษาได้มากน้อยขนาดไหน

นอกจากนี้ การร่วมมือกันของคนในสังคมที่จะไม่ยอมรับการประพฤติปฏิบัติตัวที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม จนกลายเป็นค่านิยมที่ผิดๆจนส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการทางด้านจิตใจของเยาวชนรุ่นหลังๆต่อไป ก็ถือว่ามีความสำคัญ คือ.....

การไม่ปล่อยให้ปัญหาที่เกิดขึ้นขาดการดูแลและสะสมมากขึ้นจนทวีความรุนแรงและเรื้อรังจนเกินเยียวยา จนได้ชื่อว่าเป็น “มะเร็งในใจ” ในที่สุด.

นายแพทย์ กัมปนาท ตันสิตบุตรกุล

 






สุขภาพจิต


โดย:
งาน: งานแนะแนว
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: Google.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 1 ครั้ง